Bitcasino บล็อก

คริปโตเคอเรนซี่

ระหว่างเงินดิจิตอลกับเงินแบบปกติ: คุณอยากใช้เงินแบบไหนมากกว่ากัน

ระหว่างเงินดิจิตอลกับเงินแบบปกติ: คุณอยากใช้เงินแบบไหนมากกว่ากัน

2/6/2020

ทุกวันนี้เราใช้เงินตราซื้อสิ่งที่เราต้องการหรือสิ่งจำเป็นต่าง ๆ เงินที่จับต้องได้นั้น ทำให้คุณรู้สึกยอดเยี่ยมเมื่อได้ถือมันเอาไว้ในมือ แต่ถ้าหากมีช่องทางการจ่ายเงินด้วยวิธีแบบดิจิตอลล่ะ ด้วยความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีในยุคบัจจุบันนี้ สกุลเงินคริบโต ได้ถือกำเนิดขึ้น และยังเป็นที่ถกเถียงกันว่า เงินแบบไหนสามารถใช้จ่ายได้ดีกว่ากันทั้งในแง่ของร้านค้าปลีก และร้านค้าออนไลน์-- เงินคริปโต หรือ เงินตรา 

มนุษย์เราได้มีการใช้เงินตราเป็นรูปแบบการแลกเปลี่ยนอย่างหนึ่งมาตั้งแต่ยุคเก่า เงินตราคือเงินที่สามารถจับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นธนบัตรหรือเหรียญก็ตาม สกุลเงินตราโดยทั่วไปนั้นได้แก่ ดอลลาร์สหรัฐ, ยูโร, เยน, ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือสกุลเงินอื่นๆอีกมากมาย ตราบใดก็ตามที่มันยังทำหน้าที่การแลกเปลี่ยนในประเทศนั้นได้ เงินนั้นจะถูกจัดว่าเป็นเงินตรา

คริปโทเคอร์เรนซีเพิ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2008 โดยบุคคลลึกลับที่ใช้นามแฝงว่า ‘Satoshi Nakamoto’ ได้คิดค้นวิธีกระจายอำนาจการโอนเงินโดยใช้ระบบดิจิตอล สิ่งที่ทำให้มันเป็นวิธีที่สะดวกสบายก็คือการที่ทำให้คุณสามารถโอนเงินให้กับผู้รับ ภายในการกระดิกนิ้วเพียงครั้งเดียวโดยใช้ประโยชน์จากบล็อกเชน 

ระหว่างเงินดิจิตอลและเงินแบบปกติ ทั้งสองชนิดก็มีข้อดีและข้อเสียต่างกันไปเมื่อใช้งานในตลาดที่ต่างกัน 

Cryptocurrency มีอะไรใหม่บ้าง


Satoshi Nakamoto had created cryptocurrency so there could be a method for people to use in transferring money between one another without third parties intercepting. Satoshi successfully created a decentralized digital cash system that anyone can access. 

Satoshi Nakamoto ได้สร้างคริปโทเคอร์เรนซีเพื่อใช้เป็นวิธีการที่ผู้คนจะสามารถโอนเงินระหว่างกันได้ โดยไม่ต้องมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาประสบความสำเร็จในการสร้างระบบเงินดิจิตอลแบบกระจายอำนาจที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ปัจจุบัน สกุลเงินคริปโต กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในแง่ของสกุลเงินที่มีความน่าเชื่อถือ อีกทั้งยังมีแอปพลิเคชั่นและเว็บไซต์จำนวนมากที่คุณสามารถนำเงินคริปโตมาใช้จ่ายได้ คุณสามารถนำเงินคริปโตมาใช้ลงทุนในโครงการ, บริจาคเพื่อการกุศล, ซื้อของออนไลน์ หรือใช้จ่ายทั่วไปเหมือนกับเงินปกติได้ด้วย  

นี่คือตัวอย่างของคริปโทเคอร์เรนซีหรือสกุลเงินดิจิตอลที่ใช้กันทั่วโลก

1. Bitcoin - BTC (₿)

Bitcoin จัดว่าเป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิตอลที่เป็นที่นิยมกันมากที่สุดในโลก ด้วยความที่เป็นที่นิยม ค่าเงินของมันจึงมีมูลค่าสูงที่สุดมาตั้งแต่ปี 2009 และแม้แต่กระทั่งบริษัทใหญ่ ๆ ทั่วโลกก็ยังเลือกใช้ 

บล็อกเชนได้ถูกนำมาใช้ในการชำระเงิน ซึ่บล็อกเชนเหล่านี้ที่ถูกนำมาใช้งาน ก็จะประกอบไปด้วยข้อมูลที่จำเป็นสำหรับผู้ใช้งานเพื่อดำเนินการชำระเงิน และเนื่องจาก bitcoin มีระบบที่เสถียรมาก นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้เงินคริปโต

2. Ethereum - ETH (Ξ)

With Ethereum, มีระบบการทำงานที่เป็นแบบแผน เนื่องจากลักษณะเด่นเฉพาะตัวที่เรียกว่า smart contracts ที่จะทำสัญญาดิจิตอลระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อทำให้มั่นใจได้ในการชำระเงิน ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไข ไม่ต้องใช้เอกสารแสดงความเป็นเจ้าของ และไม่มีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องเมื่อต้องทำการชำระเงิน

3. Ripple - XRP 

ในเงินคริปโตทั้งหมดที่เพิ่งมีการใช้งานกัน Ripple เติบโตอย่างรวดเร็วมากในการวงการเงินดิจิตอล เพราะว่ามีระบบการชำระเงินที่รวดเร็วมาก เมื่อเทียบกับสกุลเงินดิจิตอลอื่นๆ XRP ใช้เวลาเพียง 4 วินาทีในการดำเนินการชำระเงิน มันสามารถรองรับการชำระเงินกว่า1,500 รายการต่อวินาทีและทำได้แม้กระทั่ง 50,000 รายการชำระเงินต่อวินาที!

เป็นที่นิยมในธนาคารเนื่องจากขั้นตอนการชำระเงินที่รวดเร็ว ทำให้นิยมใช้เพื่อโอนเงินระหว่างประเทศ

4. Litecoin - LTC (Ł)

คล้ายกันกับ Bitcoin, Litecoin สามารถยืนยันข้อมูลการชำระเงินผ่านบล็อกเชน, รายการเดินบัญชีสาธารณะ และนักขุด โดยที่มันสามารถดำเนินการชำระเงินระหว่างผู้ใช้งานเร็วกว่าถึง 2นาทีครึ่ง ซึ่งถือว่าค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับ Bitcoin ที่ใช้เวลาถึง 10 นาที อีกข้อหนึ่งที่คล้ายกับ bitcoin ก็คือมันไม่จำเป็นต้องใช้ธนาคารหรือระบบอื่นมาดำเนินการชำระเงิน

5. TRON - TRX 

เร็วๆนี้เมื่อปี 2017 TRON, ถูกสร้างขึ้นมาโดยใช้ แอปพลิเคชั่นแบบกระจายอำนาจที่มีพื้นฐานจากบล็อกเชน ซึ่งทำให้มันสามารถทำการชำระเงินได้อย่างรวดเร็วระหว่างผู้ซื้อ และผู้สร้างคอนเทนท์ แอปพลิเคชั่นนี้ใช้กันอย่างกว้างขวางในวงการอุตสาหกรรมด้านความบันเทิง เพราะว่ามันสามารถทำให้ผู้สร้างคอนเทนท์ได้รับเงินเต็มจำนวน โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆเพิ่มเติม 

ในการที่คุณจะนำเงินคริปโต มาใช้ คุณต้องนำเงินปกติมาแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินดิจิตอลที่คุณต้องการก่อน (ขึ้นอยู่กับกฎหมายเงินดิจิตอลของประเทศคุณด้วย) จากตรงนี้ไป คุณจะไม่ต้องใช้เงินตราของคุณ ยกเว้นแต่ว่าคุณอยากจะนำมาเปลี่ยนเป็นสกุลเงินดิจิตอล เว็บไซต์ต่างๆเหล่านี้จะเป็นที่ที่คุณสามารถแลกเงินคริปโตมาใช้ได้ 

  • Coinbase - คุณสามารถแลกเงินสกุลใดก็ตามที่มีอยู่ในธนาคาร, บัตรเครดิต/เดบิต หรือPaypal ไปเป็น Bitcoin, Ether, Litecoin หรือ Bitcoin Cash
  • BTCXE - คุณสามารถแลก 21สกุลเงินตราที่ร่วมรายการไปเป็น bitcoin และมีตัวช่วยคำนวนแปลงค่าเงินตราให้เป็น bitcoin อีกด้วย
  • CEX.io - ซื้อเงิน crypto เช่น BTC, LTC และ XRP และคุณสามารถแลกเปลี่ยนเงินออนไลน์กับผู้ซื้อและผู้ขายได้

มีช่องทางอื่นอีกที่คุณสามารถรับเงินสกุลคริปโตได้อีก เช่น ตู้กดเงินBitcoin, การขุด coin หรือแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ใช้ด้วยกัน หลังจากที่คุณได้รับเงินคริปโต มาแล้ว คุณก็จะต้องเก็บมันไว้ในที่ที่ปลอดภัย ซึ่งการเก็บเงินก็จะมีอยู่ 3 วิธีด้วยกัน ดังนี้

  • Hot Wallet - วิธีนี้ต้องมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและคุณสามารถตั้งค่ารหัสผู้ใช้เพื่อเอาไว้รับเงิน
  • Cold Wallet - วิธีนี้สามารถใช้ได้แม้ไม่มีอินเตอร์เน็ต และคุณยังสามารถล็อกอินเข้ารหัสของคุณแบบออฟไลน์ได้อีกด้วย
  • Paper - คือการพิมพ์รหัสส่วนตัวของคุณและ public address เก็บเอาไว้ 
  • Hardware - วิธีเก็บไว้ในฮาร์ดแวร์ เช่น USB ซึ่งจะเก็บรหัสส่วนตัวของคุณไว้ และถือว่ามีความปลอดภัยที่สูงมากเนื่องจากมันจะปกป้องคุณจากผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาต

นี่คือรายชื่อส่วนหนึ่งของผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิตอล คุณสามารถเก็บเงิน crypto ของคุณได้อย่างปลอดภัย

  • Exodus - แอปพลิเคชั่นชั้นนำสำหรับคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่คุณสามารถใช้เก็บเงินได้กว่า 100+สกุลเงินดิจิตอล
  • CoolWallet S - มันทำหน้าที่เป็นเหมือนกับฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่คุณสามารถถือไปมาได้ โดยไม่ต้องใช้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อแลกเปลี่ยนกับเงินดิจิตอลเช่น Bitcoin, Ethereum, Ripple และอื่นๆอีกมากมาย 
  • Coinomi - แอปพลิเคชั่นกระเป๋าเงินดิจิตอลที่มีความน่าเชื่อถือที่คุณสามารถใช้ซื้อ แลกเปลี่ยน และจัดการเงินดิจิตอลของคุณไปโดยมี คุณสมบัติด้านความปลอดภัยอีกเพียบคอยดูแล

สกุลเงินดิจิตอลนั้นมีการเติบโตขึ้นอย่างมั่นคงทุกวัน และแพลตฟอร์มใหม่ของเงินดิจิตอลก็กำลังสร้างตัว ลองหาข้อมูลดูว่าแบบไหนที่เหมาะกับคุณในแง่ของการแลกเปลี่ยนเงินตราไปเป็นเงินดิจิตอล และกระเป๋าเงินดิจิตอลแบบไหนที่ใช้งานง่ายเหมาะกับคุณที่สุด 

เข้าใจเรื่องง่ายของเงินตรา


การใช้เงินตราไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่คุณและทุกๆคนใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว คุณสามารถใช้มันเพื่อซื้อทุกสิ่งที่คุณต้องการเช่น ซื้อของกินของใช้ เสื้อผ้า หรือสิ่งอื่นๆที่คุณต้องการ เงินตรานั้น ถูกควบคุมโดยรัฐบาล เมื่อการมีใช้จ่ายใดๆก็ตามด้วยเงินตราก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเช่น ภาษี ฯลฯ 

ระบบเงินตราก็มีในรูปแบบดิจิตอลเช่นกัน แต่มันก็ยังคงมีความแตกต่างกับคริปโทเคอร์เรนซี เงินของคุณสามารถแลกเป็นรูปแบบดิจิตอลได้ เมื่อคุณฝากเงินเข้าไปในบัญชีธนาคารออนไลน์ ซึ่งทำให้คุณสะดวกขึ้นอย่างมากเมื่อต้องซื้อของ หรือว่าเล่นเกมการพนันออนไลน์ 

เงินตราดิจิตอลเป็นเงินที่คุณจะพบได้ในการชำระเงินผ่านธนาคาร หรือการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต มันยังคงถูกควบคุมโดยรัฐบาลเช่นเดียวกับเงินตราแบบปกติ 

นี่คือสกุลเงินตราที่ใช้กันแพร่หลายทั่วโลก

  • ดอลลาร์สหรัฐ ($)
  • ปอนด์สเตอร์ลิง (£)
  • ยูโร (€)
  • รูปี (₹)
  • เยน (¥).

เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเงินตราของคุณจะถูกเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัย มีหลายทางเลือกในการเก็บเงินให้คุณได้ตัดสินใจเลือกใช้ วิธีเหล่านี้ใช้กันในชีวิตประจำวัน และคุณสามารถเลือกใช้ได้ทันที เช่น กระเป๋าเงิน, บัตรเครดิต/เดบิต, บัญชีธนาคาร หรือบัตรกำนัล 

  • ธนาคาร - เปิดบัญชีกับธนาคารที่คุณต้องการ และฝาก/ถอน เงินด้วยเงินตราใดๆก็ได้ที่เคาน์เตอร์ของธนาคารหรือตู้ ATM
  • บัตรเครดิต/เดบิต - บัตรจะผูกมัดกับบัญชีธนาคารของคุณและสามารถนำมาใช้จ่ายกับอะไรก็ตามโดยแค่เพียงการรูดบัตร
  • Paypal - เป็นบัญชีออนไลน์ที่คุณสามารถใช้ผูกไว้กับบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิตเพื่อให้คุณสามารถใช้ซื้อของออนไลน์ได้ง่ายขึ้น

ขาขึ้นขาลงของเงินดิจิตอลและเงินตรา


คริปโทเคอร์เรนซีได้สร้างแรงกระเพื่อมที่น่าจับตามองในเศรษฐกิจทั่วโลก หนึ่งในความได้เปรียบของการใช้เงินคริปโต คือการจัดการที่รวดเร็วระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย พร้อมไปกับคอยดูแลเงินของคุณให้ปลอดภัย

1. กฏหมาย

สิ่งแรกที่คุณต้องทำก่อนที่จะเข้าสู่วงการคริปโตเคอร์เรนซีคือคุณต้องตรวจสอบก่อนว่ามันได้รับการอนุญาตให้ใช้ในประเทศของคุณ เงินตราแบบปกติสามารถแลกเปลี่ยนได้ง่ายตามบูธแลกเงินตราต่างประเทศเมื่อคุณต้องเดินทางไปต่างประเทศ แต่เงินคริปโตไม่ได้เป็นแบบนั้น ข้อเสียของเงินคริปโตคือมันยังใช้ได้แค่ในบางประเทศเท่านั้น 

อีกข้อได้เปรียบของเงินตราก็คือเสถียรภาพของค่าเงิน เพราะว่ามีรัฐบาลควบคุมอยู่ คริปโตเคอร์เรนซีนั้นมีความโปร่งใสในการดำเนินการเพราะว่าใช้มีการเข้ารหัสกุญแจสาธารณะเอาไว้ แต่ในบางประเทศ ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับเรื่องจากความไม่เสถียรของค่าเงิน

2. การเก็บเงิน

เมื่อคุณได้รับเงินแบบใดก็ตาม คุณก็จะต้องเก็บมันไว้ในที่ที่สามารถนำมาใช้งานได้ง่าย ในชีวิตจริง มันเป็นเรื่องง่ายที่จะเก็บเงินตราไว้กับกระเป๋าเงินหรือฝากเงินไว้กับธนาคารในบัญชีของคุณ สำหรับเงินตราดิจิตอลนั้น จะต้องมีแอปพลิเคชั่น และฮาร์ดแวร์ที่คุณสามารถใช้เก็บเงินคริปโต ของคุณ แอปพลิเคชั่นโทรศัพท์และฮาร์ดไดร์ฟที่มีการเชื่อมต่อเข้าระบบที่ทำให้คุณสามารถเก็บข้อมูลที่เป็นความลับ และมีการเข้ารหัสกุญแจสาธารณะไว้ และจะมีการส่งข้อมูลการเข้ารหัสเมื่อจำเป็นเท่านั้น

3. ความปลอดภัย

เงินทั้งสองแบบ มีวิธีการเก็บที่ปลอดภัยเสมอ หลังจากที่คุณได้กระเป๋าเงินแบบดิจิตอล หรือ กระเป๋าเงินคริปโต คุณจะได้รับ คีย์แบบสาธารณะและส่วนบุคคล เพื่อยืนยันความปลอดภัย การเข้ารหัสกุญแจสาธารณะจะใช้ในการยืนยันตัวตนสำหรับการชำระเงินใด ๆ ก็ตาม ในขณะที่คุณจะสามารถเห็นรหัสกุญแจส่วนตัวเฉพาะของตนเองเท่านั้น ซึ่งคีย์ชนิดหลังนี้จะใช้เพื่อยืนยันสิทธิ์ และเข้ารหัสเงินของคุณเอง

4. อิทธิพลที่มีต่อระบบเศรษฐกิจ 

เมื่อพูดถึงเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับนานาชาติ คริปโทเคอร์เรนซีมีผลโดยตรงอยู่แล้ว เนื่องจากไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมไม่ว่าคุณจะใช้จ่ายกับอะไรก็ตาม เหตุผลที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ก็เป็นเพราะว่าไม่มีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องนั่นเอง ทุกการจ่ายก็จะเป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมระหว่างผู้ขาย และผู้บริโภคที่ทำการชำระเงินด้วยเงินสกุลคริปโต 

เงินตราก็สามารถนำมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินคริปโต ได้ และคุณสามารถนำมาใช้ได้ทุกที่ที่คุณต้องการ เพราะว่ามันมีค่าเท่ากันทั่วโลก ค่าของเงินตรานั้นมีอัตราเปลี่ยนแปลงที่ไม่เท่ากันอยู่ตลอด แต่ในส่วนของเงินคริบโตนั้น ค่าของเงินนั้นจะสอดคล้องกันเพราะเมื่อค่าเงินเปลี่ยน ก็จะเปลี่ยนเท่ากันทั้งหมดในระดับนานาชาติ 

ในการที่จะทำให้ค่าเงินสูง หรือมีความสอดคล้องเท่ากันอยู่ตลอดนั้น คุณต้องลงทุนในเงินคริปโต อย่างต่อเนื่องและใครก็ตามจะสามารถได้ผลประโยชน์จากค่าเงินของมัน นี่จะเป็นการช่วยให้ประเทศที่มีเศรษฐกิจยากจนสามารถยกระดับเศรษฐกิจให้เทียบเท่าประเทศอื่นได้ โดยการใช้สกุลเงินดิจิตอล

5. ประโยชน์อื่นๆของเงิน Crypto และ Fiat

หนึ่งในข้อได้เปรียบของการใช้เงินคริปโต คือการที่คุณไม่ต้องกรอกเอกสารข้อมูลส่วนตัวเพื่อทำรายการชำระเงิน สิ่งที่คุณต้องทำคือเข้ารหัสกุญแจสาธารณะ และป้อนคำสั่งเพื่อให้มันดำเนินการได้ ทุกๆอย่างจะไม่มีการระบุตัวตน และข้อมูลที่แสดงจะมีเพียงแค่รายละเอียดของการชำระเงิน 

ในทางตรงกันข้าม มันก็จะเป็นเหมือนดาบสองคม เพราะว่าประโยชน์ของการใช้เงินตรานั้นคือคุณจะได้พบตัวจริงของผู้ที่จะทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนด้วย คุณจะรู้ว่าคุณซื้อ-ขายกับใคร ไม่ว่าจะดำเนินการด้วยตนเองทั้งหมด หรือทำผ่านธนาคารที่มีการควบคุมโดยรัฐบาลเพื่อการแลกเปลี่ยนที่ปลอดภัย 

เงินทั้งหมดอยู่ในมือคุณแล้ว


ขณะที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต คริปโตเคอร์เรนซีก็จะเฟื่องฟูตามไปด้วย เพราะได้กลายเป็นวิธีการชำระเงินที่มีในการเสถียรภาพระหว่างประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก มันอาจจะยังเป็นสิ่งที่ใหม่ แต่กำลังจะเป็นวิธีการชำระเงินระหว่างผู้ใช้ด้วยกันที่มีความน่าเชื่อถือได้มากที่สุดวิธีหนึ่งที่ใช้กันทั่วโลก 

แม้แต่ตามบริษัทใหญ่ ๆ ก็ใช้ระบบใหม่นี้ด้วยเช่นกัน เพื่อที่จะตามโลกยุคดิจิตอลให้ทันอยู่เสมอ และยังส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจด้วย คุณสามารถใช้ เงินตราดิจิตอลซื้อของจากร้านค้าออนไลน์ หรือโอนเงินให้กับผู้ขาย อีกทั้งยังใช้เงินคริปโต เพื่อเล่นการพนันในคาสิโน หรือเกมส์ออนไลน์เพื่อความบันเทิงได้ด้วย 

ใช้เงินตราของคุณมาลงทุนกับเงินคริปโต และลองสิ่งใหม่ๆในโลกยุคดิจิตอลสิ!

                                 เปิดโลกใหม่กับการเกมการพนันหลากหลายรูปแบบได้ที่ Bitcasino

                                            ต้องสร้างบัญชีผู้ใช้หรอ? ใช้เวลาสมัครเพียง 10 วินาที!

หมวด

บทความล่าสุด

คริปโต 101: ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Ripple

คริปโต 101: ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Ripple

3/25/2020
บล็อก
คริปโตเคอเรนซี่
ระหว่างเงินดิจิตอลกับเงินแบบปกติ: คุณอยากใช้เงินแบบไหนมากกว่ากัน
English日本語РуccкийPortuguês中文Español한국어DeutschFrançaisภาษาไทย